โครงการครูต้นแบบปี 2544
|
หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์
เป้าหมาย
แนวทางการดำเนินงาน
คุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครเป็นครูต้นแบบ ปี 2544
ขั้นตอนการคัดเลือก
เงื่อนไขการเป็นครูต้นแบบ
สิ่งที่ครูต้นแบบจะได้รับการสนับสนุน
การติดตามและประเมินผล
การประกาศเกียรติคุณครูต้นแบบ
ผู้รับผิดชอบโครงการ
เกณฑ์การคัดเลือกครูต้นแบบ ปี 2544
- หลักการและเหตุผล
- พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 4 ว่าด้วยแนวการจัดการศึกษา ระบุว่า "การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ
.." และในหมวด 7 มาตรา 55 วรรค 2 ระบุไว้ว่า "ให้มีกองทุนส่งเสริมครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อจัดเป็นเงินอุดหนุนงานริเริ่มสร้างสรรค์ ผลงานดีเด่น และเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา"
- จากบทบัญญัติดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ โดยกองทุนรางวัลเกียรติยศแห่งวิชาชีพครู ซึ่งได้ดำเนิน โครงการครูต้นแบบ เป็นโครงการนำร่องมาสามปีแล้ว โดยมุ่งสรรหาครูที่มีผลงานการสอนดีเด่น มีรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นแบบอย่าง ที่สามารถนำพาการปฏิรูปการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นภายในสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น ครูต้นแบบ และผู้นำการปฏิรูปการเรียนรู้ อันจะยังประโยชน์และผลไปสู่การปฏิรูปที่พัฒนาการเรียนการสอน ตามแนวการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในที่สุด
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เห็นสัมฤทธิ์ผลของการดำเนินงานตามโครงการนี้ จึงได้ขยายผลในลำดับต่อไปอีก เพื่อให้ได้ผู้นำการปฏิรูปการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น สามารถขยายผลการพัฒนาครูเครือข่ายด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอย่างมีประสิทธิภาพในวงกว้าง เพื่อยังผลไปสู่การปฏิรูปการเรียนรู้ของคนทั้งชาติ สมดังเจตนารมย์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
< top >
- วัตถุประสงค์
- 1 เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูที่มีผลงานดีเด่นด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในหมวด 4 และหมวด 7
- 2 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูที่มีผลงานดีเด่น ตามข้อ 2.1 ได้พัฒนาครูเครือข่ายด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จำนวน 10-20 คน โดยเป็นต้นแบบที่ดีของเพื่อนครู ทั้งในสถาบันการศึกษาเดียวกัน และต่างสถาบันการศึกษา
< top >
- เป้าหมาย
- ครูต้นแบบ ปี 2544 จำนวนประมาณ 300 คน
< top >
- แนวทางการดำเนินงาน
- 1 จัดทำเอกสารคู่มือ และโปสเตอร์ครูต้นแบบ ปี 2544
- 2 ทำการประชาสัมพันธ์ โดยผ่านสื่อมวลชน หน่วยงานทางการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อให้ ครูแกนนำ (ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาครูแกนนำเพื่อเป็นครูต้นแบบปฏิรูปการเรียนรู้) และครูเครือข่ายของครูต้นแบบ ปี 2541 ปี 2542 และปี 2543 ที่สนใจเข้ารับการคัดเลือกเป็นครูต้นแบบ ปี 2544 ส่งแบบฟอร์มการสมัคร ทั้ง 3 ฉบับ ไปยัง หน่วยงานเครือข่ายโครงการครูต้นแบบ ปี 2544 ที่รับผิดชอบพื้นที่ในจังหวัดของท่าน ตามที่ปรากฏในคู่มือโครงการครูต้นแบบ
- 3 ผู้ที่สนใจจะสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นครูต้นแบบ ปี 2544 จะต้องส่ง
- - เอกสารใบสมัครหมายเลข 1 แบบกรอกประวัติและผลงานของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นครูต้นแบบ ปี 2544
- - เอกสารใบสมัครหมายเลข 2 แบบกรอกข้อมูลของผู้บริหารโรงเรียนของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นครูต้นแบบ ปี 2544
- - เอกสารใบสมัครหมายเลข 3 ใบรับรองการเป็นครูแกนนำและครูเครือข่าย
- - เอกสารใบสมัครหมายเลข 4 ผลงานที่นำเสนอ เพื่อการคัดเลือกครูต้นแบบ ปี 2544 (โปรดแนบบทสรุป/บทคัดย่อผลงานที่ผ่านมา และประสงค์จะเสนอเพื่อการคัดเลือก จำนวน 1-2 เล่ม)
- กำหนดการส่งแบบฟอร์ม และหลักฐานการสมัคร ภายในวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2544
- 4 หน่วยงานเครือข่าย ตรวจสอบผลงาน
- 5 ประกาศผลผู้ที่จะเป็นครูต้นแบบ
- 6 ผู้ที่จะเป็นครูต้นแบบ ดำเนินภารกิจตามโครงการที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขตามสัญญา โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
- 7 ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของผู้ที่จะเป็นครูต้นแบบ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา
- 8 ยกย่อง และประกาศเกียรติคุณ
< top >
- คุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครเป็นครูต้นแบบ ปี 2544
- 1 เป็นผู้มีสัญชาติไทย
- 2 เป็นครูแกนนำ และครูเครือข่าย ของโรงเรียนก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลายและเทียบเท่า
- 3 เป็นครูแกนนำ (ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาครูแกนนำ เพื่อเป็นต้นแบบปฏิรูปการเรียนรู้) และครูเครือข่ายของครูต้นแบบ ปี 2541 2542 และ 2543
- 4 มีผลงานดีเด่น ด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 4 อย่างชัดเจน และเอื้อต่อการปฏิรูปการเรียนรู้
- 5 มีความรู้ และประสบการณ์เป็นที่ยอมรับของผู้บริหารโรงเรียน เพื่อนครู ผู้เรียน และชุมชน
- 6 มีการครองตนเป็นแบบอย่าง มีคุณธรรม จริยธรรม ความประพฤติดี มีบุคลิกภาพดี และมีจิตวิญญาณความเป็นครู
- 7 มีการประสานงานกับชุมชน และได้รับการยอมรับและศรัทธาจากชุมชน
< top >
- ขั้นตอนการคัดเลือก
- มีขั้นตอนการพิจารณาคัดเลือกและตัดสิน ดังนี้
- 1 พิจารณาคัดเลือก รอบแรก
- - จากเอกสารผลงานที่ส่ง
- 2 พิจารณาคัดเลือก รอบที่สอง
- - จากเอกสารผลงานที่ส่ง
- - จากการสัมภาษณ์ผู้สมัคร
- - จากข้อมูลภาคสนามของครูที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก โดยการสังเกตการปฏิบัติการจัดกระบวนการเรียนรู้จริงในสถานศึกษา การศึกษาผลงานเพิ่มเติม และการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง
- 3 พิจารณาคัดเลือก รอบสุดท้าย
- - หน่วยงานเครือข่าย นำข้อมูลภาคสนามมาพิจารณากลั่นกรอง และจัดลำดับครูที่ผ่านการคัดเลือก แล้วเสนอผลต่อสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของโครงการ เป็นผู้พิจารณาตัดสินการคัดเลือกครูต้นแบบ ปี 2544
< top >
- เงื่อนไขการเป็นครูต้นแบบ
- 1 ผู้ที่จะเป็นครูต้นแบบ ต้องพัฒนาครูเครือข่ายด้านรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามรูปแบบของตน จำนวน 10-20 คน เป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยให้ครูเครือข่ายสามารถพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประเมินผลได้ชัดเจน
- 2 ผู้ที่จะเป็นครูต้นแบบ ต้องจัดทำรายงานเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ 5 ฉบับ ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้
- 1) จัดทำโครงการพัฒนาครูเครือข่ายด้านรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แสวงหาครูเครือข่าย จำนวน 10-20 คน พร้อมตารางรายชื่อครูเครือข่าย และใบสมัครของครูเครือข่าย (ตามเอกสารหมายเลข 1)
- 2) รายงาน "รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ" ตามรูปแบบของครูต้นแบบ โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจน ที่ครูเครือข่ายสามารถนำไปปฏิบัติหรือนำไปประยุกต์ใช้ได้ (ตามเอกสารหมายเลข 2)
- 3) รายงานผลการประชุมปฐมนิเทศครูเครือข่าย (ตามเอกสารหมายเลข 3) พร้อมเอกสารการรับรองผลการปฐมนิเทศครูเครือข่าย จากผู้ประเมิน
- 4) รายงานผลการประชุมปัจฉิมนิเทศครูเครือข่าย (ตามเอกสารหมาย 4) พร้อมเอกสารการรับรองผลการปัจฉิมนิเทศครูเครือข่าย จากผู้ประเมิน
- 5) รายงาน "ร่วมปฏิรูปการเรียนรู้กับครูต้นแบบ ปี 2544" (ตามเอกสารหมายเลข 5) พร้อมแผ่นดิสเก็ตส์ และวีดีทัศน์ ที่นำเสนอเฉพาะวิธีสอนของครูต้นแบบในสถานการณ์จริง
- ทั้งนี้ การส่งรายงานจะต้องส่งให้หน่วยงานเครือข่าย เพื่อรับทราบและประเมินก่อน แล้วจึงส่งให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ โดยอาจส่งด้วยตนเอง หรือจะให้หน่วยงานเครือข่ายเป็นผู้ส่งให้ก็ได้ ตามแต่ข้อตกลง
< top >
- สิ่งที่ครูต้นแบบจะได้รับการสนับสนุน
- 1 ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการพัฒนาครูเครือข่ายด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป้นสำคัญ เป็นระยะเวลา 4 เดือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)
- 2 เอกสาร และข้อมูลทางการศึกษา เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ต่อไป
< top >
- การติดตามและประเมินผล
- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ จะดำเนินการติดตามและประเมินผลในขณะที่ครูต้นแบบปฏิบัติงานในการพัฒนาครูเครือข่ายด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยจะดำเนินการติดตามประเมินผลไปควบคู่กับการให้การสนับสนุนการดำเนินงานของครูต้นแบบ ตลอดระยะเวลา 4 เดือน
< top >
- การประกาศเกียรติคุณครูต้นแบบ
- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ จะจัดพิธีประกาศเกียรติคุณให้แก่ครูต้นแบบ
< top >
- ผู้รับผิดชอบโครงการ
- กองทุนรางวัลเกียรติยศแห่งวิชาชีพครู (กรค.)
- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (สกศ.)
- ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
- โทรศัพท์ 243-7914, 668-7123 ต่อ 2325
- โทรสาร 243-7914
< top >
- เกณฑ์การคัดเลือกครูต้นแบบ ปี 2544
- มีเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก ดังนี้
- การจัดการเรียนการสอนของครู ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
- ครู ต้องจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ระบุในหมวด 4 ทั้งนี้ ครูต้องมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีความสามารถทางวิชาการด้วย
โดยเน้นความสำคัญทั้งกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ความรู้ คุณธรรม และบูรณาการในเรื่องต่างๆ ให้เหมาะสมกับระดับการศึกษา ในประเด็นต่อไปนี้
- 1 ครู ถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ พัฒนาตนเองได้ตามธรรมชาติ และเต็มศักยภาพ
- 2 การจัดกระบวนการเรียนรู้ โดย
- 1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดของผู้เรียน และคำนึงถึงความแตกต่างกันของผู้เรียน เอาใจใส่ผู้เรียนเป็นรายบุคคลแสดงความเมตตาต่อผู้เรียนอย่างทั่วถึง
- 2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญและแก้ปัญหา จัดกิจกรรมและสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้แสดงออกและคิดอย่างสร้างสรรค์
- 3) จัดให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง ให้คิดเป็น คิดชอบ ทำได้ และทำเป็น รวมทั้งรักการอ่านและใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
- 4) ส่งเสริมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกลุ่ม พร้อมทั้งสังเกต ส่งเสริมส่วนดีและปรับปรุงส่วนด้อยของผู้เรียน
- 5) ผสมผสานสาระความรู้ต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกันและสอดแทรกคุณธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา
- 6) จัดบรรยากาศ สิ่งแวดล้อมที่ปลุกเร้า จูงใจและเสริมแรงให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และรู้รอบ รวมทั้งใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
- 7) ครูและผู้เรียนเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการต่างๆ ได้แก่ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อุทยานแห่งชาติ ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ ฯลฯ
- 8) ประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครองและบุคคลในชุมชนเพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ
- 3 ความรู้และทักษะ เตรียมเนื้อหาสาระและให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงในเรื่องต่างๆ ดังนี้
- 1) ตนเองและความสัมพันธ์กับสังคมรอบตัวได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติไทยและสังคมโลก
- 2) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การจัดการบำรุงรักษาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน
- 3) ศาสนา ศิลป วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย และกีฬา
- 4) คณิตศาสตร์ ภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาไทย
- 5) การประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
- 4 การประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน "ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ" ด้วยวิธีการที่หลากหลาย อาทิ การทดสอบ การประเมินพัฒนาการและความประพฤติของผู้เรียน และการสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม
- ตัวบ่งชี้การเรียนรู้ของผู้เรียน "ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ" มีดังนี้
- 1) ผู้เรียนมีประสบการณ์ตรงสัมพันธ์กับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
- 2) ผู้เรียนฝึกปฏิบัติจนค้นพบความถนัดและวิธีการของตนเอง
- 3) ผู้เรียนทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกลุ่ม
- 4) ผู้เรียนฝึกคิดอย่างหลากหลายและสร้างสรรค์จินตนาการ ตลอดจนได้แสดงออกอย่างชัดเจนและมีเหตุผล
- 5) ผู้เรียนได้รับการเสริมแรงให้ค้นหาคำตอบ แก้ปัญหา ทั้งด้วยตนเองและร่วมด้วยช่วยกัน
- 6) ผู้เรียนได้ฝึกค้น รวบรวมข้อมูลและสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเอง
- 7) ผู้เรียนเลือกทำกิจกรรมตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจของตนเองอย่างมีความสุข
- 8) ผู้เรียนฝึกตนเองให้มีวินัยและรับผิดชอบในการทำงาน
- 9) ผู้เรียนฝึกประเมินปรับปรุงตนเองและยอมรับผู้อื่น ตลอดจนสนใจใฝ่หาความรู้อย่างต่อเนื่อง
- 5 การวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา
- การครองตนของครู
- การครองตนของครู หมายถึง การเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งด้านส่วนตัวและครอบครัว มีคุณธรรม จริยธรรม มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี จรรโลงจารีตประเพณี ศิลป วัฒนธรรมของชาติ มีจรรยาบรรณในวิชาชีพครู มีจิตวิญญาณของความเป็นครู เป็นที่ยอมรับของครู ผู้เรียน และชุมชน
- การประสานงานกับชุมชน
- การประสานงานกับชุมชน หมายถึง การเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับและศรัทธาจากชุมชนในความสามารถ บุคลิกภาพและคุณงาม ความดี เป็นผู้นำชุมชนทางวิชาการ เป็นสมาชิกและสนับสนุนองค์กรวิชาชีพครู รู้จักองค์ประกอบของชุมชนอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเป็นอย่างดี สร้างความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีระหว่างสถานศึกษากับชุมชนในการร่วมกันจัดและพัฒนาการศึกษา สามารถนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนและสามารถนำโรงเรียนช่วยเหลือชุมชนและร่วมมือกับชุมชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
< top >
|
|