|
การพัฒนานโยบายการยกย่องครูผู้มีผลงานดีเด่น
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 55 วรรคสอง ให้มีกองทุนส่งเสริมครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อจัดสรร เป็นเงินอุดหนุนงานริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานดีเด่น และเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติครู คณาจารย ์และบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
เพื่อให้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ จึงเห็นสมควรให้มีโครงการพัฒนานโยบายเรื่องการยกย่องครูผู้มีผลงานดีเด่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานโยบาย การยกย่องครู ผู้มีผลงานดีเด่นและเสนอแนะมาตรการที่นำไปสู่ การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 โดยการพัฒนาองค์ความรู้ และสร้างยุทธศาสตร์การดำเนินงานทางการศึกษา รวบรวมข้อคิดเห็นและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งรูปแบบและวิธีดำเนินงาน
ยกย่องครูและบุคลากรสาขาวิชาชีพอื่นของต่างประเทศและของประเทศไทย
ผลการศึกษาสรุปได้ว่า
1. แนวคิดในการยกย่องให้รางวัลครูและบุคคลในสาขาวิชาชีพอื่นๆ ผู้มีผลงานดีเด่นและผู้ที่กระทำความดีที่สร้าง
สมมาในอดีต มีสองแนวคิดหลักคือ
-
1.1 ประกาศยกย่องครูให้รางวัลแก่บุคคลหรือหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นและได้กระทำความดีให้เป็นที่ประจักษ์
แก่บุคคลทั่วไป เพื่อเป็นกำลังใจให้ปฏิบัติงานต่อไป ซึ่งแนวคิดนี้เป็นที่นิยมปฏิบัติมาช้านานแล้วทั้งในประเทศ
และต่างประเทศ โดยเฉพาะสาขาวิชาชีพครู
-
1.2 ประกาศยกย่องให้รางวัลแก่บุคคลหรือหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นและได้กระทำความดีให้เป็นที่ประจักษ์แก่
บุคคลทั่วไป และให้การสนับสนุนทางด้าน "เงินและงาน" เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลหรือหน่วยงานนั้นได้ทำ
ประโยชน์ให้แก่วิชาชีพ สังคม และประเทศชาติมากขึ้น ดังตัวอย่างของแนวคิดในเรื่องนี้คือ
-
1) ให้รางวัลและยกย่องครูผู้มีความ เป็นเลิศทางการสอนระดับชาติของประเทศออสเตรเลีย
และประเทศนิวซีแลนด์
-
2) ให้รางวัลและยกย่องครูผู้มีความเป็นเลิศของประเทศฮ่องกง
-
3) ให้รางวัลและยกย่องครูแห่งชาติและครูต้นแบบของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
2. รูปแบบและวิธีการยกย่องให้รางวัลครูของต่างประเทศได้ดำเนินการอย่างมีระบบ และปฏิบัติอย่างจริงจัง เช่น
ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้กำหนดวิธีการปฏิบัติไว้ในมาตรา 33 หมวด 7 ในกฎหมายครู ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์
ประเทศสหรัฐอเมริกา และ ESCAP ดำเนินการโดยมูลนิธิหรือหน่วยงานอิสระ เนื่องจากนานาประเทศให้ความสำคัญต่อการยกย่องให้
รางวัลครูผู้มีผลงานดีเด่น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป อีกทั้งเป็นการจูงใจให้คนดี คนเก่งมาประกอบวิชาชีพครู ซึ่งมี
ผลกระทบต่อคุณภาพของการศึกษา คุณภาพของเยาวชน และยังส่งผลต่อการพัฒนาประเทศและสังคมโดยส่วนรวมอีกด้วย
3. รูปแบบและวิธีการยกย่องให้รางวัลครู และวงการวิชาชีพอื่นของประเทศไทย มีวิวัฒนาการชัดเจนสอดคล้องกัน
คือจะมีหน่วยงานดูแลรับผิดชอบ เช่น คุรุสภา มูลนิธิ สมาคม และองค์กรต่างๆ สรรหาบุคคลผู้มีผลงานดีเด่น มีความดี มีความเสียสละ
ในแต่ละอาชีพ และประกาศเกียรติคุณให้สังคมได้ประจักษ์อันก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและมีกำลังใจที่จะปฏิบัติงาน และทำความดี
ต่อไป ในระยะหลังได้เริ่มมีการยกย่องให้รางวัลในด้านของ "เงินและงาน" เพื่อให้เกิดการสร้างผลงานที่ดีต่อไป เป็นการสร้างคนรุ่นใหม่ใน
ทุกสาขาวิชาชีพให้มีความมั่นคงเข้มแข็งยิ่งขึ้น
ในขณะนี้การยกย่องให้รางวัลเชิดชูเกียรติครู และบุคลากรทางการศึกษาได้มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 55 วรรคสอง อีกทั้งได้กำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาด้วย
ทำให้การยกย่องและให้รางวัลครูในระดับชาติเป็นระบบ และมีกองทุนคงเงินต้นสนับสนุนด้วย ซึ่งคาดว่าครู คณาจารย์ และ บุคลากร
ทางการศึกษาจะมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานเพื่อชาติและประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งครู คณาจารย์และบุคลากรทางการ
ศึกษาจะมีโอกาสได้รับการยกย่องให้รางวัลตามแนวคิดที่สองคือ นอกจากจะได้รับการประกาศเกียรติคุณยกย่องแล้วจะได้รับรางวัลด้าน
"เงินและงาน" เพื่อสร้างสรรค์พัฒนางานการเรียนการสอน พัฒนาเพื่อนครู และพัฒนาองค์ความรู้ในการประกอบวิชาชีพครูอันนำไปสู่
การพัฒนาวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง
4. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการยกย่องให้รางวัลเชิดชูเกียรติครูผู้มีผลงานดีเด่น
-
4.1 ต้องพัฒนาวิชาชีพทั้งระบบครบกระบวนการ กล่าวคือ จะต้องดำเนินการเรื่องการผลิตและพัฒนาครู
การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู การจัดตั้งองค์กรวิชาชีพครูและสภาวิชาชีพครู การบริหารครู ระบบ
เงินเดือน ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งการยกย่องให้รางวัลเชิดชูเกียรติครูให้สอดประสาน
เชื่อมโยงกันตามลำดับก่อนหลังอย่าง เหมาะสม
-
4.2 จัดตั้งกองทุนส่งเสริมครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาโดยใช้เงินที่เหลือจากโครงการเปลี่ยน
เส้นทางชีวิตและรณรงค์ให้ภาครัฐและภาคเอกชนและบุคคล ร่วมกันจัดตั้งกองทุนนี้โดยให้สิทธิประโยชน์
แก่ผู้บริจาคตามมาตรา 58
-
4.3 จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมยกย่องให้รางวัลครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาเป็นองค์กรมหาชนอิสระ
จากระบบราชการอยู่ภายใต้กำกับดูแลของคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
-
4.4 เผยแพร่แนวคิดในการยกย่องให้รางวัลครูจากผู้มีผลงานดีเด่นและมีความดีในอดีตโดยให้ "เงินและ
งาน" เพื่อดำเนินงานต่อไปในอนาคต ตามโครงการครูแห่งชาติ ครูต้นแบบ ครูแนวใหม่ และครูภูมิปัญญาไทย
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
-
4.5 ดำเนินการยกย่องให้รางวัลแก่ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 55 วรรคสองของ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
-
4.6 ให้รีบเร่งกำหนดกลไกเชื่อมโยงการยกย่องให้รางวัลครูของหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ให้ต่อเนื่อง
เป็นบันไดวิชาชีพครู โดย
-
1) จัดตั้งเครือข่ายการยกย่องให้รางวัลครู
-
2) ให้เพิ่มคุณสมบัติผู้ที่จะได้รับการยกย่องเป็นครูแห่งชาติจะต้องเป็นผู้ได้รับ
การยกย่องให้รางวัลจากหน่วยงานองค์กร มูลนิธิ หรือสมาคมในเครือข่ายยกย่อง
ให้รางวัลครูมาแล้ว โดยถือว่าครูแห่งชาติเป็นบันไดวิชาชีพสูงสุดของครู
-
3) ให้หน่วยงาน องค์กร มูลนิธิ หรือสมาคมต่างๆ ในเครือข่ายการยกย่องให้รางวัล
ครูเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการยกย่องประกาศเกียรติคุณให้เป็นครูแห่งชาติ
ครูต้นแบบ ครูแนวใหม่ และครูภูมิปัญญาไทย
-
4.7 ในการพิจารณาครูผู้สมควรได้รับการยกย่องให้รางวัลให้พิจารณาตามเกณฑ์มาตรฐาน 7 ประการต่อไปนี้
-
1) การครองตนของครู
-
2) การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
-
3) การมีความสามารถทางวิชาการ
-
4) การจัดการเรียนการสอน
-
5) การมีพัฒนาการของผู้เรียน
-
6) การพัฒนาโรงเรียน
-
7) การประสานงานกับชุมชน
-
4.8 ให้รีบเร่งปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
-
1) ออกกฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
-
2) ออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการยกย่องให้รางวัลครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
-
3) ออกพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมยกย่องให้รางวัลครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
-
4) แก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 และฉบับปรับปรุง 2523 โดยให้ศูนย์ส่งเสริมได้
ดำเนินการยกย่องให้รางวัลครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 55 วรรคสอง
|