ข้อคิดในการจัดการเรียนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์
    ข้อเขียนแนวคิดของ นางอรพิน ศรีสวรรค์
    ครูแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2542 สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

                            ครูวิทยาศาสตร์เป็นบุคคลสำคัญยิ่งผู้หนึ่งที่จะต้องรณรงค์ให้การปฏิรูปการศึกษาของไทยประสบผลสำเร็จ ธรรมชาติ
    ของวิชาวิทยาศาสตร์เอื้อต่อการที่จะสอนให้ผู้เรียน คิดเก่ง ทำเป็น และใฝ่รู้ ใฝ่เรียนตลอดเวลา ครูจึงต้องจัดประสบการณ์ การเรียนรู้ที่
    จะสนองให้ผู้เรียนได้คิด ได้ทำ และไขว่คว้าหาความรู้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่เขาจะได้นำกระบวนการเหล่านี้ติดตัวไปใช้ได้ตลอดชีวิต
                            การที่จะสอนให้ผู้เรียน คิดเก่ง ทำเป็นนั้น ครูจะต้องเป็นผู้ที่มีความอดทน รอคอยและให้เวลาแก่ผู้เรียนที่จะได้ฝึกคิด
    ฝึกปฏิบัติ โดยครูเป็นที่ปรึกษาและชี้แนะตลอดเวลา ครูต้องไม่ใจร้อนด่วนบอกความรู้ให้แก่ผู้เรียน เพราะความรู้ที่ได้จากการบอกเล่านั้น
    จะอยู่กับตัวผู้เรียนได้ไม่ถาวรเท่ากับความรู้ที่เขาค้นพบด้วยตัวเอง และครูต้องไม่ยัดเยียดความคิดของตนให้แก่ผู้เรียนด้วย
                            ในการเรียนการสอนนั้น ครูต้องให้ความสำคัญแก่ผู้เรียนเป็นอันดับ 1 นั่นคือ ต้องให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียน เริ่มตั้งแต่
    เรื่องที่ผู้เรียนอยากรู้ อยากเรียน การวางแผนการเรียนการสอนร่วมกันระหว่างครูกับผู้เรียน การเลือกใช้สื่อ อุปกรณ์ ฯลฯบางสิ่งบางอย่าง
    ครูอาจเรียนรู้ไปพร้อมกับผู้เรียนก็ได้ ครูไม่จำเป็นต้องบอกวิธีการต่าง ๆ ให้ผู้เรียน ผู้เรียนควรจะได้ร่วมกันคิดกับเพื่อนในกลุ่มของผู้เรียน
    เองแต่ละกลุ่ม เมื่อเขาระดมความคิดร่วมกันได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และไม่จำเป็นต้องเหมือนความคิดของครู หรือเหมือนใน
    ตำรา เมื่อครูตรวจสอบความคิดของแต่ละกลุ่มที่นำเสนอเห็นว่าไม่มีอันตรายและสามารถนำไปสู่เป้าหมายการเรียนที่ต้องการครูก็ควรเปิด
    โอกาสให้ผู้เรียนได้พิสูจน์ความคิดของเขาด้วยการปฏิบัติจริง และถือโอกาสนี้ให้เขาได้ค้นคว้า และรวบรวมความรู้เพิ่มเติม เป็นการฝึก
    ในเรื่องของการใฝ่รู้ของเขาด้วย นอกจากนั้น ยังต้องให้เขาได้นำเสนอความคิดของเขาให้กลุ่มเพื่อน หรือบุคคลอื่นได้รับรู้ เป็นการฝึกให้
    เขากล้าแสดงความคิดและฝึกการยอมรับความคิดเห็นของบุคคลอื่นด้วย
                            การสอนให้คิดเก่ง ทำเป็นนั้น สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ครูต้องมีความอดทน รอคอยความคิดของผู้เรียน อย่ากังวลว่าจะไม่จบ
    หลักสูตร เพราะถ้าครูสามารถบอกความรู้ให้แก่ผู้เรียนได้จนจบหลักสูตรทันตามเวลา แต่ผู้เรียนไม่ได้นำความรู้เหล่านั้นติดตัวเขาไปด้วย
    เลย และเขาเป็นผู้ที่คิดไม่เก่ง ทำไม่เป็น และไม่ใฝ่ที่จะเรียนรู้ การสอนก็อาจล้มเหลว ดังนั้น ครูจึงควรเป็นผู้จัดการการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
    ด้วยการค้นหาวิธีการที่จะใช้ในการกระตุ้นให้ผู้เรียนได้คิด และปฏิบัติจริง กระตุ้นให้ผู้เรียนแสวงหาข้อมูล องค์ความรู้และวิทยาการต่าง ๆ
    ถ้าหากครูทุกคนทำได้เช่นนี้ สังคมของเราก็จะเป็นสังคมแห่งปัญญาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต

 

buttombar

line