พิธีเปิดโครงการ “ศธ. รวมพลัง สร้างความปรองดอง เพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย” วัน พุธ ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐.๐๕ – ๑๑.๕๕ น. ณ ห้องส่ง สทท.๑๑ กทม.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงปาฐกถาพิเศษ
นมัสการพระคุณเจ้า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านผู้บริหาร ข้าราชการ คณะครูอาจารย์ นักเรียนนิสิต นักศึกษา และท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน วันนี้ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดโครงการ ศธ. รวมพลังสร้างความปรองดองเพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ที่กระทรวงศึกษาธิการได้จัดขึ้นในวันนี้ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ รวมทั้งเด็ก เยาวชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในกระทรวงศึกษาธิการ คงตระหนักถึงความสำคัญที่จะต้องนำพาบ้านเมืองของเรา ให้พ้นจากสภาพของความวิกฤต ความขัดแย้ง ความรุนแรง ซึ่งเราได้พบเห็นมา ในช่วงระยะเวลาหลายเดือน หรือแม้กระทั่งหลายปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากเห็นบ้านเมืองนั้นมีแต่ความขัดแย้ง ความสูญเสีย และสิ่งที่พวกเราทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจตรงกันก็คือ ต้องการสร้างอนาคตที่ดีกว่า ต้องการสร้างบ้านที่น่าอยู่ สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน นั่นก็คือที่มาของรัฐบาลที่ได้ประกาศให้มีการผลักดันในเรื่องแผนการปรองดองซึ่งมีรายละเอียด หรือมีการดำเนินการในด้านต่างๆ และที่ทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้ว การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จในเรื่องการปรองดอง เมื่อสักครู่ชมวิดีทัศน์ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นหลักๆ ของการดำเนินงานในเรื่องของการปรองดอง หัวใจสำคัญของความสำเร็จในเรื่องของการปรองดองนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าอยู่ที่การมีส่วนร่วมของคนและพี่น้องประชาชน เป็นไปไม่ได้ที่บ้านเมืองของเรานั้นจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ หรือสร้างความสมัครสมานสามัคคีความปรองดองได้ โดยที่พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศไม่เข้ามามีส่วนร่วม และมีส่วนทราบ นั่นก็คือเหตุผลที่รัฐบาลได้ประกาศชัดว่า การผลักดันในเรื่องของแผนการปรองดองนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมนั้นจะต้องเข้ามาช่วยกันผลักดัน และมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นที่น่ายินดีว่าหลายภาคส่วน ได้แสดงเจตนารมณ์ และได้เริ่มต้น ทำกิจกรรมทั้งที่มีการประสานงานกับรัฐบาล หน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของภาคธุรกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือภาคส่วนอื่นๆ ในสังคม หรือทั้งที่เป็นความริเริ่มของตัวเอง ในการผลักดันสนับสนุนให้เกิดการปรองดองขึ้นในประเทศ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกับภารกิจสำคัญนี้ของรัฐบาลและของชาติ และก็ได้มีการนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบถึงแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการนั้นจะได้มีการผลักดัน ส่งเสริม สนับสนุน กระบวนการปรองดองอย่างเป็นระบบ มีการดำเนินการจัดทำแผนโครงการต่างๆ ที่จะมารองรับขบวนการตรงนี้ และวันนี้เป็นสิ่งที่น่ายินดีที่เราได้เห็นการร่วมแรงร่วมใจกันของบุคลากรในกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งประเทศทุกภาคที่ได้เข้ามาร่วมกันจัดกิจกรรม ซึ่งหลายท่านก็ได้รับชมไปแล้ว และเป็นกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความริเริ่ม ความสร้างสรรค์ และความหลากหลายที่มีอยู่ ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการที่จะขับเคลื่อนกระบวนการปรองดองต่อไป การวางรากฐานสังคมเข้มแข็งเกิดความปรองดองอย่างแท้จริง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาคน ผมอยากจะเรียนว่าปัญหาที่บ้านเมืองของเราที่เผชิญอยู่ทั้งหมด ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่คนหรือมนุษย์เป็นผู้สร้างปัญหานี้ขึ้นมา แล้วก็เป็นการสร้างปัญหามาจากการอยู่ร่วมกันในสังคมของเราเกิดความขัดแย้ง เกิดจากการที่เราไม่สามารถที่จะมีแนวปฏิบัติในการอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ ในลักษณะที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และนำไปสู่การปรองดองหรือการขับเคลื่อนอย่างมีพลัง เพราะฉะนั้นเมื่อคนเป็นผู้สร้างปัญหานี้ขึ้น คนก็ต้องเป็นผู้แก้ปัญหา ดังนั้นเรื่องของการดำเนินการเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าก็ดี หรือการที่เราจะวางรากฐานให้สังคมของเรานั้นมีความเข้มแข็ง เป็นสังคมแห่งความปรองดองอย่างแท้จริงก็ดี สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการพัฒนาคน การปลูกฝังจิตสำนึก ค่านิยมที่ถูกต้องที่จะทำให้คนของเรานั้นเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีความหลากหลาย มีคุณธรรม มีจริยธรรม และมีความพร้อมในการที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ตรงนี้ก็เป็นภารกิจที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้ดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบของการปฏิรูปการศึกษาอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น ที่ได้มุ่งเน้นเป็นพิเศษในเรื่องของคุณภาพการศึกษา การที่จะสร้างความพร้อมให้กับประชาชนคนไทยทุกคนสามารถที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพการศึกษาการปฏิรูปรอบนี้ ก็คือเรื่องของคุณภาพของคนที่สะท้อนผ่านทักษะในเรื่องของการดำรงชีวิต นั่นก็คือนอกเหนือจากระบบการศึกษาจะต้องให้ความรู้กับเด็ก เยาวชน หรือประชาชนแล้ว จะต้องสามารถที่จะปลูกฝังและสร้างทักษะของการดำรงชีวิต ซึ่งหมายถึงการอยู่ร่วมกันกับคนอื่นในสังคม โดยเฉพาะสังคมที่โดยธรรมชาติจะต้องมีความแตกต่างมีความหลากหลาย การที่จะดำเนินการผลักดันตรงนี้ให้สำเร็จ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปฏิรูป ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง กระบวนการทางด้านการเรียนการสอน เพื่อที่จะสามารถทำให้งานทางด้านนี้ประสบความสำเร็จได้ สิ่งหนึ่งที่ซึ่งมีความตื่นตัวกันมากขึ้นในขณะนี้ก็คือ การเรียนรู้ที่ดีที่สุด ในเรื่องเหล่านี้ก็คือการเรียนรู้จากการปฏิบัติและการทำกิจกรรม เพราฉะนั้นสิ่งที่น่ายินดีมากในช่วงเช้าวันนี้ที่เราได้เห็นก็คือ ความคิดริเริ่มของภาคส่วนต่างๆในกระทรวงศึกษาธิการเอง ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่เด็กเล็ก มาจนถึงผู้ใหญ่ ที่เข้าสู่ระบบการศึกษานอกโรงเรียนที่ได้มีการจัดกิจกรรม เพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็น หรือเป็นการกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องของการใช้สิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วม และก็การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนอื่นในสังคม เพื่อนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมที่ดีในเรื่องของการเป็นพลเมืองที่ดี ในสังคมประชาธิปไตย ซึ่งมีความหลากหลายแต่สามารถใช้ความหลากหลายนั้นเป็นประโยชน์ในการสร้างสิ่งดีๆ หรือในการแก้ไขปัญหาของตนเองและของชุมชนต่อไปในอนาคต การดำเนินการกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้กับทุกภาคส่วน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมที่จะเกิดขึ้น คงจะไม่ใช่เฉพาะในช่วงสัปดาห์นี้แต่ว่าจากการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จะมีส่วนสำคัญในการที่จะเป็นต้นแบบ เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาคส่วนอื่นๆ ในสังคมได้มีการรับรู้ถึงความสำคัญของกิจกรรมทางด้านนี้ในการที่จะปลูกฝังและกระตุ้นค่านิยมที่ถูกต้องในการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ซึ่งก็จะเป็นรากฐานที่มีความสำคัญต่อไป ผมอยากจะเรียนว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้นมีลักษณะพิเศษ ที่คิดว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ในเรื่องของแผนของการปรองดอง ประการแรก กระทรวงศึกษาธิการทำงานกับเรื่องของการพัฒนาคนเป็นภารกิจหลัก เป็นภารกิจเฉพาะ ซึ่งอย่างที่ได้เรียนตั้งแต่ต้น ตรงนี้คือหัวใจของความสำเร็จในการที่จะทำให้เราแก้ไขปัญหาซึ่งคนด้วยกันเองนั้นได้สร้างขึ้นมา ประการที่สอง กระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความรู้และความคิด ผมคิดว่าการแก้ไขปัญหาใดๆ นั้นก็คงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมีสติ ซึ่งที่จะเกิดขึ้นได้นั้นก็หมายถึงการฝึกฝนให้พวกเราทุกคนนั้นใช้ฐานของความรู้และก็ใช้ความคิดในทางสร้างสรรค์ เพื่อแก้ไขปัญหา ต้องยอมรับว่าหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตก็เป็นเพราะว่าเราไม่ตั้งสติ เราใช้อารมณ์ เราใช้ความรู้สึก บางครั้งเราก็ใช้ความเห็น ซึ่งไม่ตรงกับคนอื่นนั้น แล้วก็มีการขัดแย้งกัน รวมถึงการทำลายล้างกัน การใช้ฐานของวิชาการ ความรู้ ความคิด โดยเฉพาะความคิดในทางบวก ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญหรือเป็นเครื่องมือในการสร้างความปรองดองต่อไป ประการสุดท้าย ผมถือว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงแห่งอนาคต เพราะคือผู้สร้างคนอีก รุ่นหนึ่งที่ต้องเข้ามาดูแลรับผิดชอบ และเป็นพลังสำคัญของบ้านเมือง ซึ่งพลังของเด็กเยาวชน จะมีทั้งในเรื่องของความกล้าหาญ ความสร้างสรรค์ ซึ่งถ้าหากว่ากระทรวงสามารถที่จะนำเอาพลังตรงนี้ออกมาในเชิงบวกได้ ก็จะเป็นพลังมหาศาลที่จะขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง และในระดับของสังคม ประเทศชาติ ในที่สุด ผมจึงอยากจะเป็นกำลังใจ และก็ต้องขอขอบคุณที่กระทรวงศึกษาธิการได้ถือว่าตนเองเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันในเรื่องของแผนการปรองดอง ผมเชื่อว่า สังคมมีกำลังใจ เพราะว่าแม้กระทั่งในช่วงที่เหตุการณ์วิกฤติดำรงอยู่เราได้เห็นหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนได้มีความพยายามในการที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ มาโดยตลอดในการทำโครงการต่างๆ ที่มาในลักษณะของการเป็นอาสาสมัคร หรือสะท้อนให้เห็นถึงความมีจิตอาสาอีกครั้งหนึ่ง ผมเห็นการระดมกำลังในหมู่เด็กและเยาวชนเองผ่านเครือข่ายทางสังคมบนอินเทอร์เน็ต ผมเห็นการที่อาสาสมัครเข้ามาช่วยทำงานให้กับโครงการของรัฐบาลอย่างเช่นช่วงที่เราได้ทำการรับฟังความคิดเห็นในช่วงระยะเวลา 6 วัน 63 ล้านความคิด ที่มาช่วยรับโทรศัพท์ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศ ผมมีความเชื่อว่าพื้นฐานของคนไทย ของเด็กไทย และเยาวชนไทยนั้น ความสามารถเราไม่เป็นลองใคร และมีพื้นฐานของจิตใจที่ดีอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเราจะสามารถระดมพลัง ที่มีมากที่สุดในสังคม ตรงนี้ มาใช้ในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างสังคมที่ดี ที่ปรองดองต่อไปได้หรือไม่เท่านั้น วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นและที่ผมย้ำคงไม่ใช่เป็นการจัดทำกิจกรรมเพียงวันเดียวหรือเพียงสัปดาห์เดียว แต่ว่าจะต้องนำไปสู่การขยายผล การขยายเครือข่าย เพื่อที่จะนำไปสู่การผลักดันให้ขบวนการของความปรองดองของการปฏิรูป ประสบความสำเร็จต่อไป ผมขอขอบคุณผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ที่สละเวลามาร่วมกิจกรรมวันนี้ ทั้งประเทศครั้งหนึ่งด้วยความจริงใจ และผมมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านทำในวันนี้ นอกเหนือจากจะเป็นการช่วยผลักดันขบวนการการปรองดองแล้วจะเป็นแรงบัลดาลใจให้กับคนอีกจำนวนมากที่จะคิด ที่จะเข้ามาร่วมกับขบวนการนี้ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ขออวยพรให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จตามเจตนารมทุกประการ
ศูนย์ประชาสัมพันธ์การศึกษา สกศ.